วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18

 Title
    ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18

    Factors affecting academic behaviors of school administrators under secondary educational service
area office 18

    Name: สุธิดา แก้วโสนด
   ThaSH: ผู้บริหารสถานศึกษา 

  ThaSH: ภาวะผู้นำทางการศึกษา 
  ThaSH: วิชาการ -- การบริหาร

Abstract: การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านทักษะการบริหาร ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของผู้บริหาร ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษาพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านทักษะการบริหาร ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของผู้บริหาร และปัจจัยด้านแรงจูงใจในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษากับพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สร้างสมการพยากรณ์พฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของเครจซีและมอร์แกน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 349 คน จากนั้นดำเนินการโดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ แบ่งออกเป็น 4 ตอน ได้แก่ แบบสอบถามเกี่ยวกับปัจจัยด้านทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา และพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 มีค่าอำนาจจำแนกรายข้ออยู่ระหว่าง .69-.85, .77-.87, .77-.89 และ .77-.88 ตามลำดับ มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ .91, .95, .96 และ .96 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (X ̅) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ แบบเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation) และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise multiple regression analysis) ผลการวิจัย พบว่า 1. ปัจจัยด้านทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 2. พฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก 3. ปัจจัยด้านทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์ทางบวกกับพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4. ปัจจัยด้านทักษะการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา ปัจจัยด้านแรงจูงใจในการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาส่งผลต่อพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 5. สมการพยากรณ์พฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 ได้แก่ ปัจจัยด้านความต้องการความเจริญก้าวหน้า (X9) ปัจจัยด้านผู้นำที่ยึดสถาบันเป็นหลัก (X4) ปัจจัยด้านทักษะทางความคิดรวบยอด (X3) ปัจจัยด้านความต้องการดำรงชีวิต (X7) และปัจจัยด้านทักษะทางเทคนิค (X1) สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 ได้ร้อยละ 80.10 และสามารถสร้างสมการพยากรณ์ ในรูปคะแนนดิบและสมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน ได้ดังนี้ สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนดิบ Y ̂ = .246 + .329 (X9) + .209 (X4) + .130 (X3) + .174 (X7) + .105 (X1) สมการพยากรณ์ในรูปคะแนนมาตรฐาน Z ̂ = .363 (Z9) + .221 (Z4) + .148 (Z3) + .177 (Z7) + .112 (Z1)

รายการอ้างอิง
   สุธิดา แก้วโสนด (2562) ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา.

สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น สำหรับโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี

 Title
   สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น สำหรับโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี

Title Alternative
    Condition of school based administration in local development for the schools under the local government organizations in Ubon Ratchathani province

     Name: ตะวัน วรรณสินธ์
    keyword: การบริหารสถานศึกษา
   ThaSH: โรงเรียน -- การบริหาร
   ThaSH: ชุมชนกับโรงเรียน
   ThaSH: การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน
Abstract: วิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น สำหรับโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี 2. เพื่อเปรียบเทียบสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น 3. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานการพัฒนาท้องถิ่น สำหรับโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครูในสถานศึกษาในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี จำนวนทั้งหมด 298 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา 29 คน และข้าราชการครู 269 คน กำหนดสัดส่วนตัวอย่างจากตารางสำเร็จรูปของ Krejcie and Morgan ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นและการเทียบสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับมีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากัน .98 สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที และเอฟ ผลการวิจัยพบว่า 1. การศึกษาสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นของโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี โดยภาพรวมและรายด้าน อยู่ในระดับมาก 2. เปรียบเทียบสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่นสำหรับโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี จำแนกตามตำแหน่ง โดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่รายด้านพบว่าด้านหลักการบริหารตนเองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และรายด้านหลักการตรวจสอบและถ่วงดุล แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จำแนกตามหน่วยงานต้นสังกัด พบว่า โดยรวมไม่แตกต่างกัน และจำแนกตามประสบการณ์การปฏิบัติราชการ สรุปผลได้ดังนี้ พบว่า โดยรวมไม่แตกต่างกัน แต่รายด้านพบว่าด้านหลักการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้ประชาชน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 3. แนวทางสภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานการพัฒนาท้องถิ่น สำหรับโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี คือ ด้านการกระจาย ควรมีการกระจายอำนาจการตัดสินใจและความรับผิดชอบไปยังหัวหน้าฝ่ายอย่างชัดเจน ด้านการมีส่วนร่วม ควรให้ผู้บริหาร ครู ชุมชน นักเรียนและกรรมการสถานศึกษาร่วมกันดำเนินการพัฒนาคุณภาพในการจัดการศึกษา ด้านหลักการคืนอำนาจจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน ควรเปิดโอกาสให้คณะกรรมการสถานศึกษามีบทบาทในการแต่งตั้งที่ปรึกษาหรือคณะอนุกรรมการ เพื่อบริหารและจัดการศึกษาของสถานศึกษา ด้านการบริหารตนเอง ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องมีความเป็นกลาง รอบรู้ ทันโลกทันสมัย มองอย่างรอบด้านมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และนำวิสัยทัศน์ของสถานศึกษาไปสู่การปฏิบัติได้ ด้านการตรวจสอบและถ่วงดุล ควรมีระบบและกลไกการตรวจสอบการปฏิบัติตามแผนพัฒนาการศึกษาและการใช้ทรัพยากรในสถานศึกษา มีระบบการตรวจสอบคุณภาพภายในสถานศึกษาที่ชัดเจนและโปร่งใส

รายการอ้างอิง
  ตะวัน วรรณสินธ์ (2564) สภาพการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาท้องถิ่น สำหรับโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.

แนวทางการพัฒนาการบริหารบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร

 Title
    แนวทางการพัฒนาการบริหารบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร

   The Guideline for Development in Personnel Administration in Accordance with Brahmavihara 4 
of Administrators in Primary Schools Bangkae District of the Bangkok Metropolitan

     Name: พระปลัดจันทร์ สิริจนฺโท (พงษ์แตง)
    keywordหลักพรหมวิหาร 4
                 ; การบริหารบุคคล
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา อุปสรรคการบริหารงานบุคคลของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษาการเปรียบเทียบความคิดเห็นต่อการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหาร ๔ ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา โดยมีกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 217 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติวิเคราะห์ คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และใช้สถิติวิเคราะห์หาค่าที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One Way ANOVA) ผลการวิจัย พบว่า 1. ความคิดเห็นที่มีต่อการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร พบว่า โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก และรายด้านทุกด้าน อยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นที่มีต่อระดับต่อการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ครูที่มีเพศ อายุ และประสบการณ์การทำงาน ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนครูที่มีระดับการศึกษา ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 โดยรวมไม่แตกต่างกัน 3. ข้อเสนอแนะแนวทางเกี่ยวกับการพัฒนาการบริหารงานบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร พบว่า 1) ด้านเมตตา ผู้บริหารโรงเรียนควรพูดอธิบายข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ด้วยความสุภาพ แสดงความเป็นกัลยาณมิตรอยู่เสมอ จะทำให้บุคลากร เกิดความศรัทธาเชื่อมั่นต่อผู้บริหาร 2) ด้านกรุณา ผู้บริหารโรงเรียนควรให้ความช่วยเหลือและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา พร้อมจะอภัยต่อเมื่อเกิดความผิดพลาดจากการปฏิบัติหน้าที่ 3) ด้านมุทิตา ผู้บริหารควรแสดงความยินดีเมื่อผู้ใต้บังคับบัญชาประสบความสุขความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน 4) ด้านอุเบกขา ผู้บริหารโรงเรียนปฏิบัติหน้าที่โดยยึดกฎระเบียบ การพิจารณาผลงาน การวางตนเป็นกลาง และจะต้อง
ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายที่ตนชอบใจ

รายการอ้างอิง
   พระปลัดจันทร์ สิริจนฺโท (พงษ์แตง) (2561) แนวทางการพัฒนาการบริหารบุคคลตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษา เขตบางแค สังกัดกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพุทธบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

Perceptions of Leadership Styles in International Special and General Education Schools in the United Arab Emirates

 Perceptions of Leadership Styles in International Special and General Education Schools in the United Arab Emirates

Jackson, Kaitlin M.

Journal of Global Education and Research, v7 n1 Article 3 p34-49 Mar 2023

Given that school leadership styles are linked to educational outcomes, this study attempted to identify perceived leadership styles of school leaders in two types of schools in the United Arab Emirates (UAE): (a) international special education schools, which serve exclusively students with disabilities and (b) international general education schools, which serve primarily typically developing students. By utilizing primarily quantitative methods with supplementary qualitative analysis, this study also explored the influence of teacher demographic variables on perceptions of leadership styles. Results indicated a difference in perceptions of transformational and transactional leadership by school type based on teacher education level, as well as a difference in perceptions of passive-avoidant leadership by school type based on total years of experience with the school leader. Results also indicated a difference in leadership perceptions based on teacher nationality (consistent with the notions of collectivist and individualist cultures), total years of experience, and total years of experience in the current position. This study contributes to the knowledge base regarding the influence of teacher demographic variables on leadership perceptions while providing practical recommendations for school leaders and researchers, including professional development, school policy development, and conceptualizing culture as an expanded demographic variable of interest.

Descriptors: Foreign Countries, Leadership Styles, Special Schools, Students with Disabilities, International Schools, General Education, Teacher Characteristics, Transformational Leadership, Institutional Characteristics, Cultural Differences, Experience, Individual Characteristics, Principals

University of South Florida M3 Center. 8350 North Tamiami Trail, Sarasota, FL 34243. Tel: 941-359-4563; Fax: 610-500-5092; e-mail: info@jger.us; Web site: https://scholarcommons.usf.edu/jger/


การรับรู้รูปแบบความเป็นผู้นำในโรงเรียนการศึกษาพิเศษและการศึกษาทั่วไประหว่างประเทศในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

แจ็คสัน, เคทลิน เอ็ม.

Journal of Global Education and Research, v7 n1 Article 3 p34-49 มีนาคม 2023

เนื่องจากรูปแบบความเป็นผู้นำของโรงเรียนมีความเชื่อมโยงกับผลการศึกษา การศึกษานี้จึงพยายามระบุรูปแบบความเป็นผู้นำที่รับรู้ของผู้นำโรงเรียนในโรงเรียนสองประเภทในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้แก่ (ก) โรงเรียนการศึกษาพิเศษนานาชาติที่ให้บริการเฉพาะนักเรียนที่มีความพิการ และ (b) โรงเรียนศึกษาทั่วไปนานาชาติ ซึ่งให้บริการนักเรียนที่พัฒนาโดยทั่วไปเป็นหลัก โดยใช้วิธีการเชิงปริมาณเป็นหลักร่วมกับการวิเคราะห์เชิงคุณภาพเสริม การศึกษานี้ยังสำรวจอิทธิพลของตัวแปรทางประชากรศาสตร์ของครูที่มีต่อการรับรู้รูปแบบความเป็นผู้นำ ผลลัพธ์บ่งชี้ความแตกต่างในการรับรู้เกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนตามประเภทโรงเรียนตามระดับการศึกษาของครู เช่นเดียวกับความแตกต่างในการรับรู้ภาวะผู้นำแบบหลีกเลี่ยงไม่โต้ตอบตามประเภทโรงเรียนโดยพิจารณาจากประสบการณ์รวมหลายปีกับผู้นำโรงเรียน ผลลัพธ์ยังบ่งชี้ถึงความแตกต่างในการรับรู้ความเป็นผู้นำโดยพิจารณาจากสัญชาติของครู (สอดคล้องกับแนวคิดของวัฒนธรรมกลุ่มนิยมและลัทธิปัจเจกนิยม) ประสบการณ์ทั้งหมดและประสบการณ์ทั้งหมดในตำแหน่งปัจจุบัน การศึกษานี้สนับสนุนฐานความรู้เกี่ยวกับอิทธิพลของตัวแปรด้านประชากรศาสตร์ของครูที่มีต่อการรับรู้ของผู้นำ ในขณะเดียวกันก็ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับผู้นำโรงเรียนและนักวิจัย รวมถึงการพัฒนาวิชาชีพ การพัฒนานโยบายของโรงเรียน

คำอธิบาย: ต่างประเทศ, รูปแบบความเป็นผู้นำ, โรงเรียนพิเศษ, นักเรียนที่มีความพิการ, โรงเรียนนานาชาติ, การศึกษาทั่วไป, คุณลักษณะของครู, ความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง, คุณลักษณะของสถาบัน, ความแตกต่างทางวัฒนธรรม, ประสบการณ์, ลักษณะเฉพาะบุคคล, อาจารย์ใหญ่

ศูนย์ M3 มหาวิทยาลัยเซาท์ฟลอริดา 8350 North Tamiami Trail, Sarasota, FL 34243 โทรศัพท์: 941-359-4563; โทรสาร: 610-500-5092; อีเมล: info@jger.us; เว็บไซต์: https://scholarcommons.usf.edu/jger/

Reference :  
Jackson and Kaitlin, M. (2023)  
Perceptions of Leadership Styles in International Special and General Education Schools in the United Arab Emirates
Journal of Global Education and Research, v7 n1 Article 3(2023) ; p34-49.

ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 1

 

บทคัดย่อ

   งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การเป็นผู้นำคนรับใช้ของผู้บริหาร 2) ประสิทธิผลของสถานศึกษา 3)ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำข้าราชการกับประสิทธิผลในสถาบันการศึกษาในกลุ่มบริหารการศึกษาพิเศษที่ 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ จำนวน 306 คน ใช้การสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล แบบสอบถามเป็นแบบสอบถามการประมาณค่า 5 ระดับ ค่าความเชื่อมั่น .92 สถิติการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การกระจายความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยมีดังนี้

  1. ภาวะผู้นำข้าราชการในสังกัดสำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษกลุ่มที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อแยกออกเป็นแต่ละด้านพบว่ามี 2 ด้านอยู่ในระดับสูงสุด และ 8 ด้านอยู่ในระดับมาก ตามลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ดังนี้ การสร้างชุมชน ความมุ่งมั่นในการเติบโตของผู้คน การดูแล การรับรู้ การโน้มน้าวใจ การรักษา การฟัง การวางแนวความคิด การมองการณ์ไกล และการเอาใจใส่
  2. ประสิทธิผลในสถานศึกษาสังกัดการบริหารการศึกษาพิเศษกลุ่มที่ 1 โดยรวมอยู่ในระดับสูงสุด และเมื่อแยกออกเป็นแต่ละด้านพบว่ามี 2 ด้านอยู่ในระดับสูงสุด และ 2 ด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ดังนี้ ปริมาณและคุณภาพของผลผลิต ความสามารถในการปรับตัวขององค์กร ประสิทธิภาพในการผลิต และความยืดหยุ่นขององค์กร
  3. ความสัมพันธ์ระหว่างความเป็นผู้นำข้าราชการกับประสิทธิผลในสถาบันการศึกษามีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง (r = 0.939) โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .01

รายการอ้างอิง
   พลกฤษณ์ บัวประเสริฐ และพรศักดิ์ สุจริตรักษ์ (2565)ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำแบบผู้รับใช้ของผู้บริหารกับประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ กลุ่ม 1. วารสารสิรินธรปริทรรศน์. ปีที่ 23 ฉบับที่ 01 (2022) : มกราคม - มิถุนายน; หน้า 281- 295.

วันศุกร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู

 

 Title                
       ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู

Title Alternative
       THE SECONDARY SCHOOL ADMINISTRATORS’ LEADERSHIP ACCORDING TO THE PERCEPTION OF TEACHERS UNDER THE GENERAL EDUCATION DEPARTMENT IN KANCHANABURI PROVINCE

       
CreatorName
       พัชรี จิรจีรังชัย

Organization 
       โรงเรียนประชามงคล จ.กาญจนบุรี

        ThaSH: ก
        Classification :.DDC: 370.2

Description
Abstract: การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อ ศึกษาแบบภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา 
สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู ตามแนวความคิดของแบสและ 
อโวลิโอ (Bernard M. Bass and Bruce J. Avolio) ศึกษาระดับพฤติกรรมภาวะผู้นำ ตามแนว
ความคิดของเซอร์จิโอวานนี (Thomas J. Sergiovanni ) ใน 4 องค์ประกอบ ของผู้บริหารโรงเรียน
มัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู และเปรียบเทียบระดับ
พฤติกรรมภาวะผู้นำตามแนวความคิดของเซอร์จิโอวานีใน 4 องค์ประกอบ ของ ผู้บริหารโรงเรียน
มัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู ในโรงเรียนที่มีขนาด
แตกต่างกัน ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยคือ ครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัด
กาญจนบุรี จำนวน 33 แห่ง โดยมีครูที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 290 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับภาวะผู้นำของผู้บริหารตามแนวคิดของแบสและอโวลิโอ ซึ่งประกอบ
ด้วยภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน และภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ จำนวน 30 ข้อ และภาวะผู้นำของ
ผู้บริหารตามแนวคิดของเซอร์จิโอวานนี ใน 4 องค์ประกอบ คือ ทักษะความเป็น ผู้นำ สิ่งที่มีมาก่อน
ในตัวผู้นำ สิ่งที่จำเป็นต้องมีขณะที่เป็นผู้นำ และสิ่งซึ่งแสดงความรู้สึกทางวัฒนธรรมของผู้บริหาร 
จำนวน 30 ข้อ ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามทั้งฉบับรวมเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้คือ ค่าความถี่ 
(frequencies) ค่าร้อยละ (percentage) ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) 
และการทดสอบค่าเอฟ (F-test) เมื่อพบความแตกต่าง จึงทำการทดสอบรายคู่ โดยเชฟเฟ่ 
(Scheffe\\\\\\\' test) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. แบบภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา 
สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู ตามแนวความคิดของแบสและอโวลิโอ 
โดยภาพรวม ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาใช้ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนและภาวะผู้นำแบบเปลี่ยนสภาพ 
อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจำแนกตามขนาด พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่ใช้ภาวะผู้นำ
แบบเปลี่ยนสภาพ อยู่ในระดับมาก และใช้ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนผู้บริหาร
โรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดกลาง และขนาดเล็ก ใช้ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนและภาวะผู้นำแบบเปลี่ยน
สภาพ อยู่ในระดับปานกลาง 2. ระดับพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บริหารในโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด
กรมสามัญศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู ตามแนวความคิดของ เซอร์จิโอวานนี 
โดยภาพรวม พบว่า อยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาแต่ละองค์ประกอบ พบว่าอยู่ในระดับมาก 3 ด้าน 
ได้แก่ สิ่งที่จำเป็นต้องมีขณะที่เป็นผู้นำ สิ่งซึ่งแสดงความรู้สึกทางวัฒนธรรมของผู้บริหาร และสิ่งที่มีมาก่อน
ในตัวผู้นำ ตามลำดับ และด้านทักษะความเป็นผู้นำ อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อจำแนกตามขนาด พบว่า 
ระดับพฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บริหารในโรงเรียนขนาดเล็ก อยู่ในระดับมาก ระดับพฤติกรรมภาวะผู้นำ
ของผู้บริหารในโรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ อยู่ในระดับปานกลาง 3. ระดับพฤติกรรม
ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู 
ตามแนวความคิดของ เซอร์จิโอวานนี โดยภาพรวม พบว่า การรับรู้ของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาที่มี
ขนาดต่างกัน ได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็ก โรงเรียนขนาดกลาง และโรงเรียนขนาดใหญ่ มีความคิดเห็นต่อ
พฤติกรรมภาวะผู้นำของผู้บริหาร
โรงเรียนโดยรวมไม่แตกต่างกันและเมื่อพิจารณาในแต่ละองค์ประกอบ พบว่า พฤติกรรมภาวะผู้นำ
ของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษาจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีขนาดต่างกัน ไม่แตกต่างกัน

รายการอ้างอิง
    พัชรี จิรจีรังชัย (2545)  ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา 
จังหวัดกาญจนบุรี ตามการรับรู้ของครู. ครุศาสตรมหาบัณฑิต การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี.


      

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566

Vlong เที่ยวชิล ๆ ที่บางแสน

 

เที่ยวชิล ๆ ณ บางแสน⛵🌊🌈🌴

      เปลี่ยนบรรยากาศในเมือง แล้วออกไปเที่ยวใกล้ๆ ปักหมุดรับลมทะเลใกล้กรุงเทพ ที่จังหวัดชลบุรี ไปชิลไม่ไกล ไม่ต้องใช้เงินมาก เที่ยวงบประหยัด แต่มีความสุขได้อย่างเต็มที่ในวันหยุดสั้นๆ นี้ ตามเราไปดูกันว่า บางแสน ศรีราชา มีที่ไหนให้ไปเที่ยวกันบ้าง! 

 

   ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ   
        ศาลเจ้าสร้างด้วยศิลปะแบบจีน มีความวิจิตรงดงามของสถาปัตยกรรม รูปปั้นเทวรูป มีองค์เทพเจ้าปางต่างๆ มากมายให้บูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล ส่วนใหญ่คนที่มากราบไหว้มักจะมาขอเกี่ยวกับการงาน ให้ประสบความสำเร็จ และเรื่องของสุขภาพ อีกทั้งที่นี่ยังเป็นสถานที่ในการแก้ปีชงอีกด้วย

   Seafood club bangsean   
         ร้านอาหารทะเลริมชายหาด ตกแต่งในสไตล์ Beach bar สีสันสดใส ให้ความรู้สึกเหมือนเที่ยวทะเลฮาวาย ภายในร้านมีมุมถ่ายภาพสวยริมทะเลมากมายหลายจุด หากใครที่อยากได้ภาพเก๋ฟีลทะเล แนะนำให้มาที่นี่

    Betta hostelz
           ที่พักสุดคูลสไตล์ Hostel ติดทะเลบนชายหาดวอนนภา บรรยากาศคือดีสุด ๆ ราคาเริ่มต้นแค่หลักร้อย แต่วิวพูดเลยหลักล้าน ห้องพักมีให้เลือกหลายสไตล์ ตอบโจทย์ครบทุกความต้องการ

     Red Temp Coffee 
             ตั้งอยู่ใกล้แลนด์มาร์คแห่งใหม่ย่านเขาสามมุข ร้านหาง่ายมาก ๆ เพราะมีประภาคารตั้งโดดเด่นเป็นสง่า เมื่อเดินเข้ามาภายในร้าน จะพบกับบรรยากาศฟีลแบบเมดิเตอร์เรเนียน สีขาวผสมกับสีไม้ให้ความอบอุ่น ที่นั่งมีหลากหลายในเลือกตามความต้องการ หรือถ้าใครชอบบรรยากาศวิวทะเลพาโนรามา ต้องนั่งโซน Outdoor ด้านนอกเลยค่ะ ได้ฟีลเหมือนนั่งอยู่บาหลีเลย ทะเลสีคราม หน้าผาสวย ๆ ยิ่งถ้ามาในช่วงเย็นจะเห็นพระอาทิตย์ตกชัดมาก ๆ ประทับใจสุด ๆ 

สรุปนวัตกรรมด้านบริหารการศึกษา (E - Office สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์)

  E - Office สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์        E-Office หรือสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ ในบางครั้งก็ใช้คำว่า Office Automation หรือสำนักงานอัตโนมัติ...